ปัญหาที่มักเจอในการทำสกรีน DTF

เคยเขียนบทความปัญหาที่เกี่ยวกับงานสกรีนระบบ DTF ไปบ้างแล้ว วันนี้จะพามาดูสาเหตุปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะเจอได้เวลาทำงานสกรีนเสื้อ เช่น ขั้นตอนการเก็บสินค้าที่ไม่ถูกวิธี ทำให้คุณภาพของสินค้าดรอปลง ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

1) การเก็บฟิล์มและผงกาวต้องทำยังไง

คำตอบ:

ต้องป้องกันความชื้นเป็นหลัก ฟิล์มควรเก็บในถุงซีล เก็บในห้องที่มีความชื้นต่ำ ผงกาวควรปิดฝาแน่นทุกครั้งที่ใช้งาน ฟิล์มที่โดนความชื้นจะพิมพ์แล้วเกิดเม็ดหมึกไม่เกาะหรือสีแตก ถ้าอยู่ในพื้นที่ชื้น เช่นภาคใต้ ควรมีเครื่องดูดความชื้นประจำห้องงาน

2) DTF ทนการซักได้กี่ครั้ง

คำตอบ:

ถ้าใช้อุปกรณ์ดีและทำขั้นตอนถูกต้อง งาน DTF สามารถทนการซักได้มากกว่า 50–80 ครั้ง

ปัจจัยที่ทำให้งานทนซักขึ้น

ผงกาวคุณภาพสูง ความร้อนสม่ำเสมอ รีดซ้ำหลังลอกฟิล์ม 3–5 วินาที ปริมาณหมึกขาวพอดี

3) ทำไมบางงานพิมพ์ออกมาสีเพี้ยน

คำตอบ:

สาเหตุหลักมี 4 อย่าง

การตั้งค่าสีใน RIP ไม่ตรงโปรไฟล์

ฟิล์มดูดความชื้น ดังนั้นการเก็บรักษาวัตถุดิบจะช่วยตรงจุดนี้ได้

หมึกใกล้หมดอายุ ตรวจสอบวันหมดอายุสม่ำเสมอ อย่านำของหมดอายุมาใช้ในการสกรีนเสื้อ

เครื่องพิมพ์ไม่ได้ Calibrate เป็นประจำ

หากต้องการสีเป๊ะ ต้องทำ Color Calibration เองหรือใช้ชุดอ้างอิงจากโรงงาน

4) DTF แบบลอกเย็นกับลอกร้อน อันไหนดีกว่า

คำตอบ:

ไม่มีอันไหนดีกว่า แต่เหมาะคนละงาน

ลอกเย็น ให้พื้นผิวคมกว่า เหมาะงานแบรนด์พรีเมียม

ลอกร้อน เร็วกว่า เหมาะร้านที่รับงานจำนวนเยอะ

แต่มือใหม่แนะนำให้เริ่ม ลอกเย็น เพราะควบคุมง่ายกว่า ถึงอย่างนั้นก็ขึ้นกับงานสกรีนที่ร้านเน้นรับด้วย

5) การตัดฟิล์มและการจัดเก็บหลังพิมพ์ต้องทำไง

คำตอบ:

หลังอบกาวเสร็จควรรอให้เย็นก่อนตัด เก็บแผ่นงานแบบเรียบ ไม่งอ ห้ามพับเด็ดขาด เก็บในซองแห้ง ไม่โดนแสงแดด

ระมัดระวังกาวเหนียวติดกันด้วย

6) ทำไมลูกค้าบางคนบอกว่า DTF แข็ง

คำตอบ:

เกิดจากปัจจัยต่อไปนี้

ร้านที่ทำงานสกรีน DTF อาจจะใช้ผงกาวเยอะเกิน หรือใช้ผงกาวราคาถูกที่มีคุณภาพไม่ดี หมึกฉีดเยอะเกินจำเป็น ควรใช้หมึกให้พอดีกับเนื้องาน ต้องดูลักษณะลายของลูกค้าประกอบด้วย หรืออาจใช้ฟิล์มคุณภาพต่ำ รีดความร้อนแรงเกินไป ทุกสาเหตุอาจสัมพันธ์กันได้ ต้องค่อยๆ ไล่สาเหตุ

ถ้าต้องการงานนิ่มพิเศษควรใช้ฟิล์ม Matte และผงกาวเกรด Premium จะดีที่สุด

7) เครื่องพิมพ์ DTF แบบ 30 ซม. กับ 60 ซม. ต่างกันยังไง

คำตอบ:

30 ซม. (A3 / 33cm Printer)

เหมาะร้านเริ่มต้น ลงทุนน้อยแต่ก็มีข้อเสียคือพิมพ์งานช้า ใช้เวลานาน เหมาะกับการขายสินค้าปลีก เน้นรายย่อยหลักหน่วยหรือหลักสิบตัว

60 ซม. (Printer Roll to Roll)

เหมาะโรงงานรับผลิตจำนวนมาก ใช้คู่กับ Shaker ได้ เร็วกว่า 2–3 เท่า คุมคุณภาพเสถียรกว่า

ถ้ารับงานแบบลูกค้าปลีกหรือออนไลน์ทั่วไป 30 ซม. ก็เพียงพอ แต่ถ้าเน้นงานแบรนด์หรือส่งต่อร้านอื่นต้องใช้ 60 ซม.

8) ขั้นตอนการทำงาน DTF ตั้งแต่เริ่มจนจบเป็นยังไง

คำตอบ:

1) เตรียมไฟล์งาน

ทำรูปแบบ PNG 300 DPI พื้นโปร่ง เพิ่ม Stroke ถ้าเส้นเล็ก (แจ้งลูกค้าก่อนด้วย) แปลงโปรไฟล์สีให้ตรงกับ RIP

2) พิมพ์ลงฟิล์ม

พิมพ์ CMYK ก่อนแล้วตามด้วย White ตรวจเส้น White Layer ให้ตรงลาย

3) โรยผงกาว

โรยให้ทั่ว เขย่าให้ผงเกาะเฉพาะส่วนที่มีหมึก ตีผงส่วนเกินออก แค่สามขั้นตอนสั้นๆ จะเพิ่มให้งานมีคุณภาพได้

4) อบกาว

อบที่ 100–120°C จนผงกาวละลายเป็นเนื้อเดียว ต้องไม่เหลวหรือไม่แห้งเกินไป คอยระมัดระวังในขั้นตอนนี้กันด้วย

5) รีดบนเสื้อ

Pre-press เสื้อก่อน วางลาย รีด 10–15 วินาที รอเย็นแล้วลอกฟิล์ม (ขึ้นกับว่าใช้ฟิล์มแบบร้อนหรือเย็น)

6) รีดซ้ำ (Final Press)

รีดอีก 3–5 วินาทีเพื่อความทนซักสูงสุด

9) เคล็ดลับทำ DTF ให้ลูกค้าประทับใจ

คำตอบ:

ใช้ฟิล์มและผงกาวเกรดดี

ตั้งค่า White Layer ให้หนาพอดี

อบกาวให้ละลายเนียนที่สุด

รีดซ้ำหลังลอกฟิล์ม

ตรวจงานก่อนส่งทุกแผ่น

เก็บงานแบบเรียบและแห้งเสมอ

ตัดงานให้ขอบเรียบ สวยงาม

งาน DTF ที่ดีลูกค้าจะรู้สึกทันทีว่าเนียน นิ่ม สีสด และไม่เหนียวมือ

10) ลูกค้าเอาไปรีดติดเองจะลอกไหม

คำตอบ:

ลอกถ้าลูกค้าใช้เตารีดบ้านธรรมดา ไม่มีแรงกด อุณหภูมิไม่พอ เสื้อมีความชื้น

ถ้าต้องให้ลูกค้าไปรีดเอง ควรให้ แผ่นโอนที่เป็น Hot/Warm Peel เพราะช่วยให้รีดติดง่ายกว่า และต้องให้คู่มือชัดเจน เช่น รีดประมาณ 160°C กดแรง 10–15 วินาที ลอกขณะร้อนหรือเย็นตามชนิดฟิล์ม

11) DTF ทนกว่างานชนิดอื่นๆ ไหม

คำตอบ:

ทนกว่า Flex (เพราะ Flex หลุดง่ายเมื่อยืดเยอะ)

ทนกว่า Heat Transfer ธรรมดา

ทนกว่างานสกรีนซิลค์เด็ก ๆ ที่ใช้สีคุณภาพต่ำ

ใกล้เคียง DTG แต่ราคาต่อชิ้นถูกกว่า

โรงงานส่วนใหญ่ยอมรับว่า DTF คือระบบที่ “คุ้มค่าที่สุด” ณ ตอนนี้ เพราะได้งานคุณภาพดี โดยสามารถคุมปัจจัยการผลิตได้

12) DTF ถ้าผิดพลาดแก้ยังไง

คำตอบ:

อันดับแรกต้องไล่สาเหตุก่อน จากนั้นการแก้ไขจะขึ้นอยู่กับปัญหา เช่น

รีดไม่ติดมุม → รีดซ้ำเฉพาะจุด

ลายเป็นฟองอากาศ → รีดซ้ำด้วยแรงกดเพิ่ม

สีไม่เต็ม → ขึ้นใหม่ ไม่มีวิธีซ่อม

กาวล้นเป็นคราบ → ใช้กระดาษไขรีดทับอีกทีให้ผิวเรียบ

DTF ไม่ใช่ระบบที่แก้ทุกอย่างได้ แต่ถ้าตั้งค่าถูกตั้งแต่แรก ความผิดพลาดจะน้อยมาก

13) ถ้าจะเปิดบริการสกรีน DTF ต้องเตรียมอะไรบ้าง

คำตอบ:

อุปกรณ์ เครื่องพิมพ์ ฟิล์ม ผงกาว เครื่องอบ เครื่องรีด โต๊ะจัดงาน ซองจัดส่ง ขั้นตอนงาน ระบบจัดการคิวงาน ระบบรับไฟล์ (Google Drive/LINE OA/เว็บไซต์) การตั้งราคาต่อแผ่น การ QC งานก่อนส่ง  

หากต้องการซื้อฟิล์ม กาว หมึก ต้องคอยตรวจสอบว่าร้านที่ซื้อนั้น มักสั่งสินค้าเจ้าประจำไหม หรือคอยเปลี่ยนสินค้าเรื่อยๆ หากเปลี่ยนบ่อยจะกระทบกับงานคุณได้ ทางร้าน Screen168 มีจำหน่ายฟิล์ม กาว หมึกคุณภาพดี ช่วยให้งานสกรีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

DTF เป็นระบบสกรีนที่ตอบโจทย์ร้านเสื้อยุคใหม่ เพราะใช้งานไม่ยาก สีสวย คุมต้นทุนง่าย และรับงานจำนวนน้อยได้ดี แต่ก็มีรายละเอียดเชิงเทคนิคมากมายที่ต้องเข้าใจ เช่น การตั้งค่า White Layer ความชื้นของฟิล์ม ชนิดผงกาว อุณหภูมิรีด จนถึงการจัดเก็บงานหลังพิมพ์ ทุกขั้นตอนมีผลต่อคุณภาพสุดท้าย

ถ้าความเข้าใจพื้นฐานแน่น งานที่ได้จะสวย คม ทนซัก และลูกค้าจะประทับใจมากขึ้นแน่นอน

Scroll to Top
LINE LOGO SVG ติดต่อเรา