เวลามีปัญหาสกรีนเสื้อ DTF ส่วนใหญ่ก็มักจะตั้งคำถามไว้ในกลุ่มโซเชียลเพื่อรอคนมาตอบ วันนี้จึงมารวมคำถามคำตอบที่มักได้ยินบ่อยๆ ในวงการสกรีนเสื้อ สรุปทุกคำถามสำคัญและคำตอบแบบเจาะลึกไม่เหมือนใคร

Q : แต่ละผ้าจะใช้เวลารีดร้อนเท่าไร
A : สำหรับผ้าคอตตอน ใช้ความร้อนสูงได้มาก รีดราว 160–175 องศา เวลาประมาณ 10–15 วินาที
สำหรับผ้าโพลีเอสเตอร์ ควรลดความร้อนลงอยู่ที่ 140–150 องศา และรีดระยะสั้น
สำหรับผ้าผสม (Cotton/Poly Blend) ควรตั้งค่าความร้อนระดับกลาง ไม่สูงเท่าคอตตอนบริสุทธิ์ และไม่ต่ำเท่าโพลีเอสเตอร์ล้วน ระยะเวลาควรพอให้ความร้อนซึมเข้าชั้นกาวอย่างทั่วถึง ทั้งนี้สัดส่วนผสมของเส้นใยในแต่ละยี่ห้อมีผล จึงควรทดสอบเล็กน้อยก่อนขึ้นงานจริงทุกครั้ง
สำหรับผ้ายืด สแปนเด็กซ์ หรือไนลอน ให้ใช้ความร้อนต่ำ ระยะเวลาสั้น และแรงกดไม่มาก เพื่อลดโอกาสที่ผ้าจะเสียรูปหรือเกิดเงา การลอกฟิล์มควรปล่อยให้เย็นเต็มที่ก่อน
สำหรับผ้าหนา แคนวาส ลินิน หรือวัสดุหยาบ ใช้ความร้อนปานกลางค่อนไปทางสูง ระยะเวลานานขึ้นเล็กน้อย พร้อมแรงกดที่สม่ำเสมอ การรีดซ้ำหลังลอกฟิล์ม (post-press) ช่วยให้ผิวเรียบและเพิ่มความทนทาน
สำหรับนอนวูฟเวน/วัสดุไวความร้อน ให้ใช้ความร้อนต่ำเป็นพิเศษ และคุมเวลาให้สั้น หากจำเป็นต้องรีดซ้ำให้ทำช่วงสั้น ๆ โดยมีแผ่นเทฟลอนหรือผ้าฝ้ายคั่นเสมอ
แก่นสำคัญคือ “ไม่ยึดติดตัวเลขเดียว” แต่ยึดหลักการ: ผ้าที่ทนร้อนดี ใช้ร้อนกว่า/นานกว่าได้ ผ้าที่ไวต่อความร้อน ใช้ร้อนต่ำ/เวลาสั้น พร้อมทดสอบยืนยันบนผ้าจริงและฟิล์มจริงของงานนั้น ๆ

Q : การ QC เช็คเสื้อผ้าก่อนส่งลูกค้าควรทำอย่างไรบ้าง
A : ขั้นตอนตรวจรับคุณภาพ (QC) หลังรีดที่ควรทำทุกงาน
การมีเช็คลิสต์ QC ที่คงเส้นคงวาจะช่วยลดการเคลมและการผลิตซ้ำ
ตรวจขอบลายรอบด้าน ลูบและใช้นิ้วงัดเบา ๆ ไม่ควรมีอาการยกตัว หากพบจุดยก ให้รีดซ้ำสั้น ๆ ด้วยแรงกดที่เหมาะสม
ตรวจความเรียบของผิว ไม่ควรมีฟองอากาศ เส้นริ้ว หรือคราบกาวบนผิวหน้าลาย หากมี ให้ใช้ post-press พร้อมกระดาษไข/เทฟลอนหนึ่งรอบ
ทดสอบยืด/คืนรูปเบา ๆ โดยเฉพาะงานบนผ้ายืด ลายไม่ควรแตกเป็นเส้นหรือร้าวง่าย
ทดสอบการขัดถูแห้ง (dry rub) ใช้ผ้านุ่มถูแบบแรงพอประมาณบนผิวลาย 10–15 ครั้ง สีไม่ควรหลุดเลอะอย่างเห็นได้ชัด
ทดสอบซักตัวอย่าง (สำหรับล็อตแรกหรือผ้าใหม่) ซักน้ำเย็น/อุณหภูมิปานกลาง โดยกลับด้านเสื้อและงดปั่นรอบแรง ตรวจซ้ำหลังตากว่ามีรอยแตก/ซีด/ลอกหรือไม่
การบันทึกผล QC ลงในระบบ (เช่น สเปรดชีตหรือโมดูลในแอปของร้าน) จะช่วยให้ย้อนรอยปัญหาได้เร็วเมื่อต้องสืบสาเหตุ
Q : ควรดูแลลูกค้าหลังการขายยังไง
A : การดูแลหลังการผลิตและคำแนะนำลูกค้า (หลังการขาย)
คำแนะนำหลังการขายที่ชัดเจนช่วยยืดอายุงาน เช่น การซักครั้งแรก เว้นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้กาวเซตตัวเต็มที่
วิธีซัก แนะนำ “กลับด้านเสื้อ” ซักน้ำเย็นถึงอุ่นอ่อน ๆ เลี่ยงสารฟอกขาว และใช้รอบปั่นปานกลาง
การรีดผ้า หากจำเป็น ให้กลับด้านเสื้อและวางผ้า/กระดาษไขคั่น ไม่ควรสัมผัสผิวลายโดยตรง
การตาก ตากในที่ร่ม อากาศถ่ายเท เลี่ยงแดดจัดโดยตรงเพื่อลดการซีดจาง
การซักเครื่องอุตสาหกรรม/อบร้อน หากลูกค้าเป็นหน่วยงานโรงงาน/โรงแรมที่ต้องซักเครื่องรุนแรง ให้ทดสอบก่อนตกลงสเปกงาน
Q : จะมีวิธีรักษาเครื่องรีดอย่างไรให้ทน
A : การปรับเทียบและบำรุงรักษาเครื่องรีด (Heat Press)
แม้ตั้งค่าถูกต้อง แต่ถ้าเครื่องให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ ผลงานก็มีโอกาสผิดพลาด
ตรวจเทียบอุณหภูมิประจำสัปดาห์ ใช้เครื่องวัดอินฟราเรดเทียบค่าหน้าจอ หากพบว่า “หน้าจอ 160°C แต่ผิวแท่นจริง 152–168°C” ต้องชดเชยค่าในการตั้ง
ตรวจแรงกด สำหรับเครื่องที่มีมิเตอร์ ให้คงที่ตามสเปก สำหรับเครื่องที่ใช้ปรับน็อต ควรทดสอบด้วยกระดาษคาร์บอน/เศษฟิล์มบาง ๆ รอบ 4 มุมเพื่อดูแรงกดสม่ำเสมอ

ทำความสะอาดผิวแท่น ขี้กาวหรือเศษฟิล์มสะสมทำให้เกิดจุดร้อน/เย็น ควรเช็ดทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นเทฟลอนเมื่อสึก
ตรวจความเรียบของแผ่นรอง (pad) ถ้าเกิดยุบตัว/ด้านหนึ่งนูน ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อให้แรงกดกระจายทั่ว
การทำ “บันทึกบำรุงรักษา” (Maintenance log) ช่วยให้ทีมรู้กำหนดตรวจเช็กและลดความเสี่ยงงานเสียในช่วงพีกออร์เดอร์
Q : ความชื้น อุณหภูมิ เกี่ยวข้องกับงานสกรีนเสื้อ DTF อย่างไร
A : ร้าน DTF ในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างไทย ควรระวังผลกระทบของสภาพแวดล้อม
ความชื้นสูง ทำให้ผ้ามีความชื้นสะสมมากขึ้น จำเป็นต้อง “pre-press” นานขึ้นเล็กน้อย และเก็บฟิล์ม/ผงกาวในบรรจุภัณฑ์ปิดแน่น พร้อมซิลิกาเจล
อุณหภูมิห้อง ถ้าห้องร้อนมาก เครื่องรีดอาจทำงานเกินกำลัง ค่าหน้าจอกับอุณหภูมิจริงคลาดได้มากขึ้น
ลม/แอร์เป่าโดยตรง อาจทำให้พื้นที่รอบแท่นรีดเย็นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะงานที่ต้อง cold peel
ตั้ง “กฎระเบียบห้องรีด” เช่น ไม่ให้แอร์เป่าตรงแท่น ตั้งโต๊ะรีดให้ห่างหน้าต่าง ลดแสงแดดกระทบโดยตรง และตรวจเทียบค่าทุกเช้า/บ่าย
Q : ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
A : เชื่อค่าหน้าจอเครื่อง 100% โดยไม่ใช้เทอร์โมมิเตอร์ IR เทียบ → ทำให้ค่าจริงคลาดเคลื่อน
ละเลย pre-press โดยเฉพาะผ้าหนา/ผ้าที่เก็บในห้องชื้น → กาวละลายไม่สม่ำเสมอ
แรงกดไม่เท่ากันทั้งแผ่น เพราะแผ่นรองสึก บ่าเครื่องเอียง → ขอบลายมักยก/ลอก
ลอกฟิล์มผิดจังหวะ เอา hot-peel ไปลอกตอนเย็นหรือกลับกัน → ลายเบี้ยว/ย่น
ใช้ค่าตายตัวกับผ้าทุกชนิด โดยไม่ดูความหนา/สีกลืนความร้อนต่างกัน → ผลงานไม่นิ่ง
Q : ทำไมลอกฟิล์มแล้วขอบลายยกตัว?
A : มักเกิดจากอุณหภูมิ/เวลา/แรงกดไม่พอ หรือการลอกฟิล์มผิดจังหวะ แก้โดยเพิ่มเวลาเล็กน้อย ปรับแรงกดให้ทั่ว แก้จุดยกด้วยการ post-press สั้น ๆ
Q : ต้อง pre-press ทุกครั้งหรือไม่?
A : แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผ้าหนา ผ้าที่เก็บในที่ชื้น หรือผ้าใหม่ที่ยังไม่ได้ผ่านงานร้อน จะช่วยไล่ความชื้นและทำให้ผิวเรียบ
Q : ทำไมสีหม่นหลังรีด?
A : อาจเกิดจากความร้อนสูงเกิน/เวลานานเกิน หรือเครื่องกระจายความร้อนไม่สม่ำเสมอ ให้ลดความร้อนลงเล็กน้อย ทดสอบหลายค่ารอบ sweet spot และตรวจผิวแท่น/แผ่นรอง
Q : ซักแล้วแตกเร็ว แปลว่ากาวไม่ดีใช่ไหม?
A : ไม่เสมอไป สาเหตุอาจเป็นการตั้งค่าไม่เหมาะสมหรือการซักรุนแรงเกินคำแนะนำ ควรทดสอบซักกับค่าต่าง ๆ และให้คำแนะนำการดูแลลูกค้าอย่างชัดเจน
การตั้งอุณหภูมิและเวลารีดในงาน DTF ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่จำแล้วทำซ้ำ แต่คือ “ทักษะการอ่านเนื้อผ้าและควบคุมตัวแปร” ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ผ้าแต่ละชนิด—คอตตอน โพลีเอสเตอร์ ผสม สแปนเด็กซ์/ไนลอน แคนวาส/ลินิน หรือนอนวูฟเวน—ต้องการสมดุลระหว่างความร้อน เวลา และแรงกดที่ต่างกันเล็กน้อย การทำ pre-press และ post-press อย่างถูกวิธี การลอกฟิล์มตามจังหวะของวัสดุ การดูแลเครื่องให้ร้อนสม่ำเสมอ รวมถึงการบันทึกผลและ QC อย่างมีระบบ คือปัจจัยรวมที่ทำให้งาน “ติดแน่น สีคม ทนซัก” และลดต้นทุนแฝงจากการผลิตซ้ำ
