วิธีเลือกขนาดไฟล์ Artwork ให้คมชัดบนเสื้อ สำหรับระบบ DTF

ในยุคที่การสกรีนเสื้อกลายเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น ระบบ DTF หรือ Direct to Film ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงการงานพิมพ์เสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเสื้อยืดแฟชั่น เสื้อกลุ่ม เสื้อองค์กร หรือเสื้อสำหรับขายออนไลน์ ระบบ DTF ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความคมชัด และความยืดหยุ่นด้านการออกแบบ

แต่สิ่งหนึ่งที่มักเป็นปัญหาสำหรับร้านพิมพ์เสื้อหรือแม้กระทั่งนักออกแบบมือใหม่ก็คือ “ไฟล์ Artwork” ที่ใช้ในการพิมพ์ หากไฟล์เล็กเกินไป ภาพที่ออกมาก็จะแตก เบลอ หรือดูไม่คมชัด แต่หากไฟล์ใหญ่เกินไป ก็เปลืองหมึก เปลืองเวลา และหนักเครื่องโดยไม่จำเป็น

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีเลือกขนาดไฟล์ Artwork ให้คมชัด เหมาะสมกับงานจริงบนเสื้อผ้า

ทำความเข้าใจก่อน: ระบบ DTF คืออะไร?

ระบบ DTF (Direct to Film) คือกระบวนการพิมพ์ลายลงบนฟิล์ม PET ด้วยหมึกพิเศษ จากนั้นโรยผงกาว แล้วนำไปรีดติดบนผ้าเสื้อด้วยความร้อน จุดเด่นของระบบนี้คือ:

ไม่จำกัดสี

ไม่ต้องสร้างบล็อกสกรีน

พิมพ์ได้บนผ้าหลากชนิด (cotton, polyester, ผสม)

พิมพ์งานด่วนได้รวดเร็ว

แต่เนื่องจาก DTF เป็นระบบพิมพ์ภาพละเอียด จึงต้องใช้ไฟล์ Artwork ที่มีคุณภาพและมีการจัดการขนาดที่เหมาะสม

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อตั้งขนาดไฟล์ผิด

ไฟล์เล็กเกินไป:

ภาพที่พิมพ์ออกมาจะเบลอ แตก หรือขอบไม่คม

ตัวอักษรเล็กๆ จะอ่านไม่ออก

ไฟล์ใหญ่เกินไป:

ใช้หมึกมากเกินโดยไม่จำเป็น

เครื่องพิมพ์ประมวลผลช้า เสี่ยง Error

เปลืองเวลาในการโหลดและประมวลผล

ขนาดไฟล์ที่เหมาะสม = ช่วยให้ภาพคมและไม่ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบ

การเลือกขนาดไฟล์ที่เหมาะสมจึงเป็น “จุดสมดุล” ระหว่างความคมชัดและการประหยัดหมึก ซึ่งสามารถคำนวณได้จากองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้:

1. กำหนดขนาดงานพิมพ์จริงก่อน

ก่อนเริ่มสร้างไฟล์ Artwork ให้กำหนดก่อนว่าเราจะพิมพ์ลายขนาดเท่าไหร่ เช่น:

อกเสื้อ: 28 x 28 ซม.

เต็มหลัง: 35 x 45 ซม.

แขนเสื้อ: 8 x 8 ซม.

หน่วยที่แนะนำคือเซนติเมตร และควรแปลงเป็นนิ้วเมื่อต้องใช้ร่วมกับ DPI (dots per inch)

2. ใช้ DPI เท่าไหร่ถึงจะคมชัด?

DPI คือความหนาแน่นของจุดพิมพ์ใน 1 นิ้ว ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความคมชัดของงาน

DPI ต่ำเกินไป (<150 DPI): ภาพแตก เบลอ เหมาะกับงานร่างหรือขนาดเล็กมาก

DPI พอเหมาะ (200 DPI): ชัดเพียงพอสำหรับงานพิมพ์บนเสื้อทั่วไป

DPI สูง (300 DPI): ชัดที่สุด เหมาะกับงานภาพถ่ายหรือลายละเอียดสูง

DPI เกิน 300: เปลืองหมึกโดยไม่เห็นความต่างบนเสื้อ

สรุป: DTF ควรใช้ 200-300 DPI เป็นมาตรฐาน

3. สูตรคำนวณขนาดไฟล์ (พิกเซล)

เมื่อกำหนดขนาดงานและ DPI ได้แล้ว สามารถคำนวณขนาดไฟล์เป็นพิกเซลได้โดย:

ขนาด (พิกเซล) = ขนาดจริง (นิ้ว) x DPI

ตัวอย่าง: พิมพ์ลายอก 28×28 ซม. (≈ 11×11 นิ้ว) ที่ 200 DPI

Width = 11 x 200 = 2200 px

Height = 11 x 200 = 2200 px

ดังนั้น ไฟล์ควรมีขนาด 2200 x 2200 px

หากใช้เกินนี้ เช่น 5000 x 5000 px จะไม่มีผลต่อความคมชัด แต่เปลืองหมึกและโหลดไฟล์ช้าขึ้น

4. รูปแบบไฟล์ที่แนะนำสำหรับ DTF

ไฟล์สำหรับระบบ DTF ควรเป็น Raster File ที่รองรับพื้นหลังโปร่งใส เช่น:

PNG: เบา รองรับ Transparency เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไป

PSD: ใช้ใน Photoshop แก้ไขง่าย แต่ไฟล์ใหญ่

TIFF: คุณภาพสูง ไม่บีบอัด แต่ไฟล์หนักมาก

ควรหลีกเลี่ยง JPEG เพราะ:

ไม่รองรับโปร่งใส

บีบอัดจนเสียรายละเอียด

5. เวกเตอร์ (AI, SVG) ใช้ได้ไหม?

ไฟล์เวกเตอร์เหมาะกับงานออกแบบ เช่น โลโก้ เส้น ตัวอักษร เพราะขยายได้ไม่แตก แต่ ต้องแปลงเป็น Raster ก่อนพิมพ์ โดยกำหนด DPI และขนาดให้เหมาะสม

6. เทคนิคงานพิมพ์คุณภาพดี

ลบพื้นหลังที่ไม่จำเป็น: หากเสื้อเป็นสีขาว ไม่ควรใส่พื้นหลังขาวทึบในไฟล์

แยก layer สีขาว: เพื่อให้เครื่องพิมพ์ไม่ต้องพ่นหมึกขาวในพื้นที่ที่ไม่จำเป็น และลายเสื้อจะได้ไม่หนาด้วย

บีบอัดไฟล์อย่างเหมาะสม: ใช้ PNG-8 แทน PNG-24 หากลายสีไม่มาก

ปรับ opacity: บางจุดไม่ต้อง 100% ความทึบ จะลดปริมาณหมึกได้

7. คำแนะนำเพิ่มเติม

สร้าง Template มาตรฐาน: เช่น 28×28 ซม. 300 DPI เพื่องานออกแบบที่ง่ายขึ้น

ตั้งค่า Photoshop/Illustrator ให้ใช้ RGB Mode: DTF พิมพ์ด้วยหมึก CMYK+W แต่เริ่มจาก RGB จะควบคุมสีสันได้ดีกว่า

ใช้สีที่มี contrast ชัด: ช่วยให้ภาพเด่นบนเสื้อโดยไม่ต้องใช้หมึกเยอะ

9. คำถามพบบ่อย (FAQs)

Q: ใช้ DPI ต่ำกว่า 200 ได้ไหม?

A: ได้ถ้างานนั้นไม่เน้นความละเอียด เช่น โลโก้ขาว-ดำขนาดเล็ก แต่สำหรับงานขายหรืองานที่ลูกค้าเห็นชัดเจน ควรใช้ 200 DPI ขึ้นไป

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าหมึกเปลืองเกินไป?

A: หากไฟล์ใหญ่เกิน 4000px โดยไม่จำเป็น หรือมีพื้นหลังทึบตลอดภาพ เครื่องจะพ่นหมึกเยอะ และมีต้นทุนเพิ่มขึ้นชัดเจน

Q: แก้ไขยังไงถ้าได้ไฟล์ JPEG จากลูกค้า?

A: พยายามให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็น PNG ถ้าไม่ได้ ให้เปิด JPEG ใน Photoshop แล้วลบพื้นหลัง ทำความสะอาด และเซฟใหม่เป็น PNG

สรุป

การตั้งค่าขนาดไฟล์ Artwork อย่างเหมาะสมสำหรับระบบ DTF เป็นหัวใจสำคัญของการพิมพ์เสื้อให้คมชัด และดูเป็นมืออาชีพ

เริ่มจากกำหนดขนาดจริงของงาน

ใช้ DPI ที่เหมาะสม (200-300 DPI)

คำนวณขนาดพิกเซลอย่างถูกต้อง

ใช้ไฟล์ที่รองรับโปร่งใส เช่น PNG

หลีกเลี่ยงไฟล์ใหญ่เกินความจำเป็น

หากคุณทำธุรกิจพิมพ์เสื้อหรือทำลายเสื้อขายออนไลน์ การเข้าใจหลักนี้จะช่วยให้คุณสร้างงานที่สวย คม และลดรายจ่ายโดยใช่เหตุ หากใช้หลักการนนี้จะช่วยให้งานที่ได้มีคุณภาพ ภาพคมชัด เข้าใจหลักการทำไฟล์ ใช้อธิบายให้ลูกค้าและช่วยเหลือลูกค้าได้

Scroll to Top