ในธุรกิจสกรีนเสื้อด้วยเทคโนโลยี Direct to Film (DTF) (DTF) การที่งานรีดแล้ว ลอกหลุด เป็นปัญหาหลักที่สร้างความไม่พอใจให้ทั้งผู้ผลิตและลูกค้า โดยนอกจากจะเสียเวลา เสียวัสดุแล้ว ยังส่งผลต่อชื่อเสียงร้านสกรีนเอง

สาเหตุของงานลอกนั้นมีหลายประการ ตั้งแต่ตั้งค่าการรีดผิดพลาด ไปจนถึงวัสดุแฟบริก-ฟิล์มไม่ตรงกัน หรือแม้กระทั่งขั้นตอนการเตรียมก่อนการรีดที่ถูกละเลย
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ “เหตุผล” ที่ทำให้งาน DTF ลอก พร้อม “เคล็ดลับ” การรีดร้อนที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้ผลงานอยู่แนบแน่น ทนทาน และดูเป็นมืออาชีพ
1. ความหมายของ DTF และทำไมต้องใส่ใจการรีดร้อน
เทคโนโลยี DTF คือการพิมพ์ลายลงบนฟิล์ม PET แล้วโรยผงกาว (adhesive powder) จากนั้น “รีดร้อน” เพื่อให้ลายย้ายจากฟิล์มไปยังผ้าโดยผ่านแรงกด + ความร้อน + เวลา
ดังนั้นขั้นตอนการรีดร้อน (Heat Press) จึงเป็นหัวใจของการยึดเกาะงาน หากตั้งค่าผิดหรือเตรียมผ้าไม่ดี มีโอกาสที่ลายจะลอกหลุดได้ง่าย
เมื่อทราบว่าการรีด DTF “ไม่ใช่แค่กดแล้วเสร็จ” แต่ต้องควบคุมช่วงอุณหภูมิ เวลา แรงกดให้เหมาะสม การเข้าใจปัจจัยที่มีผลจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณภาพงาน
2. ปัจจัยหลักที่ทำให้งาน DTF ลอก
ด้านล่างคือปัจจัยหลัก พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละข้อส่งผลอย่างไร

2.1 อุณหภูมิ (Temperature)
หากรีดร้อนด้วยอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป adhesive บนฟิล์มหรือผงกาวอาจไม่ถูก “เปิดใช้งาน” อย่างเต็มที่ ทำให้การยึดเกาะไม่สมบูรณ์ และลายมีโอกาสลอกหลุดได้
ในทางกลับกัน หากอุณหภูมิสูงเกินไปอาจทำให้ผ้าเสียหาย ลายไหม้ หรือกาวไหลออกมา ส่งผลให้เกิดรอยแข็งหรือตะเข็บแตกได้
2.2 แรงกด (Pressure)
แรงกดช่วยให้ฟิล์มแนบสนิทกับผ้า หากแรงกดน้อยเกินไป หรือมีพื้นที่ผ้า/ฟิล์มไม่สัมผัสเต็มหน้า ผลคือการยึดเกาะไม่ทั่วถึง ส่วนที่แรงกดน้อยอาจลอกก่อน
แต่หากแรงกดมากเกินไปบนวัสดุที่บางหรือมีซับซ้อน เช่น ผ้าร่อง หรือมีซิป อาจเกิดรอยบุบหรือสัมผัสไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางจุดยึดไม่ดี
2.3 เวลา (Dwell Time)
เวลาที่ใช้กดงานกับผ้าเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ หากเวลารีดน้อยเกินไป การยึดเกาะไม่สมบูรณ์ adhesive อาจไม่ถูกเปิดใช้งานหรือไม่ถูกกดให้แนบผ้า ทำให้ลายลอกได้ง่าย
2.4 การเตรียมผ้า (Fabric Preparation)
ผ้าควร Pre-press หรือกดล่วงหน้าเพื่อไล่ความชื้น / รีดริ้ว/ขจัดขนฝุ่นก่อนพิมพ์ เพื่อให้เป็นพื้นเรียบสำหรับการยึดเกาะ
หากผ้ามีความชื้น ฝุ่น หรือสารตกค้างจากซักรีด จะเป็นอุปสรรคต่อการยึดเกาะของลาย
2.5 วัสดุฟิล์ม และ ผงกาว (Transfer Film & Adhesive Powder)
คุณภาพของฟิล์ม DTF และผงกาวมีผลโดยตรง ถ้าใช้ฟิล์มที่คุณภาพต่ำ หรือผงกาวซึ่งไม่ละลาย/กาวไม่จับดี ก็มีโอกาสลายลอกได้ง่าย หรือทนการซักแล้วหลุด
2.6 ประเภทผ้า และการเข้ากันของวัสดุ (Fabric Compatibility)
ไม่ใช่ทุกผ้าจะรับการรีด DTF ได้เต็มที่ เช่นผ้าพิมพ์สำเร็จที่มีเคลือบสาร Cotton/polyester blend ที่มีการยืดเยอะ หรือผ้าที่มีพื้นผิวหยาบ อาจทำให้การยึดเกาะของลายไม่สมบูรณ์
2.7 เทคนิคการลอกฟิล์ม (Peel Method)
บางฟิล์มคือแบบ hot-peel (ลอกขณะร้อน) หรือ cold-peel (ลอกเมื่อเย็น) หากใช้ผิดวิธี ก็ทำให้ลายลอกได้
2.8 อุปกรณ์ และการบำรุงรักษา (Equipment & Maintenance)
เครื่อง heat press ที่ไม่ร้อนเท่ากันทั่วหน้า หรือแผ่นกดสึก / ซิลิโคนบนแผ่นกดเสีย จะทำให้แรงกดหรืออุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้บางจุดลายเกาะไม่ดี
3. เคล็ดลับการรีดร้อน DTF ที่สมบูรณ์แบบ

หลังจากรู้สาเหตุแล้ว มาเจาะลึกวิธี “ตั้งค่าและปฏิบัติ” เพื่อให้งาน DTF ของคุณยึดเกาะแน่นทนทาน
3.1 ตั้งค่าอุณหภูมิแรงกดและเวลา
เริ่มต้นโดยทั่วไป สำหรับผ้าคอตตอน/คอตตอน-โพลี อยู่ที่ประมาณ 160 °C (ประมาณ 320 °F) ถึง 175 °C (350 °F) โดยเวลาประมาณ 12-15 วินาที (ขึ้นกับฟิล์ม/ผ้า)
ถ้าเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์หรือผสมที่อ่อนไหวง่าย ควรลดอุณหภูมิลง และอาจลดเวลา เพื่อเลี่ยงการเสียหายของผ้า
หากพบว่าลายไม่ยึดเกาะ ให้ลองเพิ่มแรงกดก่อน แล้วค่อยปรับอุณหภูมิขึ้น (หากแรงกดเดิมยังไม่ทำงาน)
3.2 ใช้แผ่นรอง/ผ้าป้องกัน (Protection Sheet)
การรีดโดยตรงบนผ้าโดยไม่ใช้แผ่นรอง (เช่น Teflon sheet หรือ parchment paper) อาจทำให้ผ้าร้อนเกินไป เกิดรอยมัน หรือกาวไหลชั้น ทำให้ลายแตกได้
3.3 เตรียมผ้าล่วงหน้า (Pre-press)
กดผ้าราว 5-10 วินาทีก่อนวางฟิล์ม เพื่อไล่ความชื้น รีดริ้ว และทำให้ผ้าเรียบ — ช่วยให้ฟิล์มแนบสนิท
ใช้ลูกกลิ้งหรือลูบเพื่อไล่ฝุ่น ขน หรือสิ่งแปลกปลอมบนผ้า เพื่อไม่ให้เป็นจุดอ่อนของการยึดเกาะ
3.4 เลือกวัสดุที่เหมาะสม – ฟิล์ม + ผงกาว + ผ้า
ใช้ฟิล์ม DTF และผงกาวคุณภาพสูงที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อให้เกิดการยึดเกาะและทนการซักได้ดี
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผ้าไม่มีการเคลือบสารที่ขัดขวางการยึดเกาะ เช่นสารกันชื้นหรือสารรีดกันยับ
เลือกผ้าที่พื้นผิวเรียบ ไม่มีลายนูนหรือเกินซิป/ตะเข็บบริเวณที่สกรีน เพื่อการสัมผัสที่เต็มหน้าฟิล์ม
3.5 เทคนิคการลอกฟิล์ม (Peel Technique)
หากใช้ฟิล์มแบบ hot-peel ควรลอกทันทีหลังรีดขณะที่ผ้ายังร้อน เพื่อให้ adhesive ยังไม่แข็งตัว
หากฟิล์มแบบ cold-peel หรือตามผู้ผลิตกำหนดให้ปลอกหลังเย็นแล้ว ต้องรอให้ผ้าเย็นลงก่อนจึงลอก หากลอกเร็วเกินไปอาจลายหลุด
3.6 กดซ้ำ (Post-Press or Second Press)
หลังลอกฟิล์มหรือก่อนส่งมอบงาน ลองกดซ้ำด้วยแผ่น Teflon ประมาณ 5 วินาที เพื่อให้ลายแนบแน่นขึ้น และช่วยให้การทนซักดีขึ้น
3.7 ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่อง Heat Press
ตรวจสอบว่าแผ่นกดมีความร้อนสม่ำเสมอทั่วทั้งหน้า ไม่มีจุดเย็นหรือจุดร้อนเกิน
แผ่นซิลิโคนหรือพื้นกดสึก/เป็นรอย ควรเปลี่ยน มิฉะนั้นแรงกดไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ลายยึดต่างกัน
4. ขั้นตอนตรวจสอบงานก่อนส่งลูกค้า
เพื่อให้มั่นใจว่างานที่ออกจากร้านคุณจะไม่ลอกและได้คุณภาพดี ควรมีการตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้
กดทดสอบ (Test Press) ในผ้าชนิดเดียวกับงานจริง ด้วยค่าที่ตั้งไว้
เช็ด/ลูบรอบลายเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีส่วนใดหลุดหรือยกขึ้น
ซักทดลอง (หรือใช้สเปรย์น้ำเย็น) เพื่อดูว่าลายยึดเกาะดีหรือไม่
ถ่ายภาพงานก่อนส่ง พร้อมคำแนะนำการดูแลหลังซักให้ลูกค้า
5. วิธีดูแลงาน DTF หลังส่งมอบงาน
แม้รีดดีแล้ว หากลูกค้าใช้ผิดวิธี งานอาจลอกได้เช่นกัน ดังนั้นการแนะนำ “Care Instructions” จึงช่วยลดปัญหา และเพิ่มภาพลักษณ์มืออาชีพให้ร้านคุณ

ซักด้วยน้ำเย็นหรืออุ่น ไม่ควรน้ำร้อนเกิน 40 °C
กลับด้านผ้าก่อนซัก (Inside out) เพื่อให้ลายโดนเสียดสายน้อย
หลีกเลี่ยงผงซักฟอกแรง หรือสารฟอกขาว เพราะอาจทำให้ลายอ่อนแรงยึดเกาะ
ไม่ควรรีดโดยตรงบนลาย หากจำเป็นให้ใช้ผ้ารองก่อน
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่แรงต่อผ้า เช่น คลอรีน
6. เคล็ดลับพิเศษจากร้านสกรีนมืออาชีพ
แนะนำให้ลูกค้าเลือกผ้าคุณภาพดี ไม่มีสารเคลือบสูง เพราะผ้าพร้อม = งานพร้อม
ใช้วัตถุดิบ DTF จากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง มีสเปกแน่นอน และมี Technical Data Sheet ให้
บันทึกค่าการรีดที่เหมาะสม (ผ้า × ฟิล์ม × ลาย) ไว้เป็นฐานข้อมูล และตั้ง SOP ในร้าน
ฝึกพนักงานให้รู้จักสังเกต “รอยยก / ขอบแตก / ฟองอากาศ” ก่อนลอกฟิล์ม
หากงานที่มีรายละเอียดยิบ เช่นตัวอักษรบาง ให้ลดอุณหภูมิเล็กน้อยแต่เพิ่มเวลาและแรงกด เพื่อให้ไม่ยก
ให้ลูกค้าลองใส่แล้วซัก 1 ครั้งก่อนส่งมอบในกรณีงานที่ต้องส่งผ่านไปรษณีย์ เพื่อกันปัญหา “ลอกก่อนส่ง”
7. สรุป

การที่งาน DTF ลอกไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่เป็นผลมาจาก ทั้งปัจจัยทางเทคนิค การเตรียมวัสดุ กระบวนการรีด การดูแลหลังส่งมอบ อย่างครบถ้วน เพราะฉะนั้นเวลาทำงานจะต้องใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต อาทิเช่น
การตั้งค่าการรีด (อุณหภูมิ เวลา แรงกด) การเตรียมผ้า / เลือกวัสดุ / เลือกฟิล์ม + ผงกาวคุณภาพ การลอกฟิล์มอย่างถูกต้อง การให้คำแนะนำลูกค้าเรื่องการดูแล
คุณจะได้งานที่ยึดเกาะดี ทนซัก ทนนาน และลูกค้าพึงพอใจ ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์คุณเติบโตดีในระยะยาว