เหตุผลที่การพิมพ์ DTF ได้รับความนิยม (Direct-to-Film Printing)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคนิคการพิมพ์เสื้อด้วยระบบ DTF (Direct-to-Film) กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในวงการเสื้อผ้า ทั้งในระดับโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือแม้แต่ร้านพิมพ์ออนไลน์ แสดงว่าคราวนี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการพิมพ์ลวดลายลงบนผ้า

ในสมัยก่อนมีการสกรีนระบบ Flex แต่ขั้นตอนการทำนั้นแสนจะยุ่งยาก ต้องใช้งานฝีมือละเอียด และมีข้อจำกัดมากมาย แต่ระบบ DTF นั้นแตกต่างออกไป

เพราะอะไร DTF จึงครองใจผู้ใช้งานได้ขนาดนี้? ต่อไปนี้คือเหตุผลที่อธิบายถึงการสกรีนแบบ DTF แบบวิเคราะห์เจาะลึก

1. พิมพ์ได้กับผ้าหลากหลายชนิด

ต่างจาก DTG (Direct-to-Garment) ที่ต้องใช้กับผ้าฝ้ายเท่านั้น (คอตตอน) การพิมพ์ DTF สามารถใช้ได้กับผ้าฝ้าย ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผ้าไนลอน ผ้าสแปนเด็กซ์ และผ้าผสมอื่น ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนหมึกหรือกระบวนการ สามารถยึดเกาะกับผ้าได้ดี ผ้าบางชนิดถ้าไม่แน่ใจว่าสกรีนได้ไหมก็สามารถทดสอบได้รวดเร็ว

ระบบ DTG (พิมพ์ลงบนผ้า) ต้องพ่นสารเคลือบพื้นผ้าเพื่อให้หมึกติดดี แต่ DTF ไม่ต้องใช้สารเคลือบ ทำให้ลดขั้นตอนการทำงานได้

DTF พิมพ์ 1 ชิ้นก็ได้ โดยไม่ทำให้ต้นทุนบานปลาย ต่างจากซิลค์สกรีนที่ต้องทำบล็อกก่อน ซึ่งไม่คุ้มถ้าทำจำนวนน้อย

2. ภาพคมชัด สีสดใส

ด้วยระบบพิมพ์หมึกแบบละเอียดและมีหมึกขาวรองพื้น ลายที่ได้จาก DTF จึงมีสีสันสด คมชัด และแสดงรายละเอียดได้แม้จะเล็กแค่ไหน

DTF พิมพ์ลายออกมาตามไฟล์เลย ไม่ต้องนั่งไดคัทหรือแกะลายแบบ Flex

3. รองรับงานเร่งด่วน / งานด่วน 1 ตัว

ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว และ DTF ก็ตอบโจทย์ได้ดีมาก จะสั่ง 1 ตัว 5 ตัว หรือล็อตใหญ่ก็ทำได้รวดเร็ว ใช้ระบบปรินท์บนแผ่นฟิล์ม

พิมพ์สต๊อกล่วงหน้าได้ สามารถแบ่งคนพิมพ์ รีดได้ในคราวเดียวกัน

4. ใช้ร่วมกับระบบ Print-on-Demand ได้

DTF เหมาะมากกับการขายเสื้อผ่าน Shopee, Lazada, Facebook เพราะไม่ต้องสต๊อกเสื้อทุกลาย มีออเดอร์เมื่อไรค่อยรีดฟิล์มส่งทันที ทำงานได้รวดเร็ว ไม่ต้องทำบล็อกทีละลาย

คุณภาพงานสูง ใช้งานได้จริง

5. ลายพิมพ์จาก DTF มีความทนทานระดับดีเยี่ยม

ซักได้หลายรอบ สีไม่ซีดง่าย ยืดหยุ่นพอเหมาะ ไม่แข็งกระด้างเหมือน flex ที่จะมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าค่อนข้างเยอะ

6. ประหยัดพื้นที่

เครื่องพิมพ์ DTF แบบตั้งโต๊ะใช้พื้นที่น้อย ไม่ต้องมีสายพานอบ ไม่ต้องมีระบบดูดหมึกขนาดใหญ่ เหมาะกับธุรกิจในบ้านหรือร้านเล็ก เหมาะกับการต่อยอดแบรนด์เสื้อผ้า

สำหรับผู้ที่อยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง DTF เป็นเครื่องมือที่ให้ความยืดหยุ่นสูง ทำลายเฉพาะตัว ตอบโจทย์แนวแฟชั่นเฉพาะกลุ่ม (niche fashion)

สอดรับกับเทรนด์ “คัสตอม” และ “ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล”

เพียงแต่ต้องมีคนคอยจัดการดูแลเครื่องที่มีความรู้เพราะตัวเครื่องนั้นมีระบบค่อนข้างเยอะ และงานจะได้คุณภาพดี นอกจากต้องปรินท์แบบชำนาญแล้ว ขั้นตอนการดูแลรักษาเครื่องก็สำคัญ

7.ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสินค้าที่สะท้อนตัวตน

เสื้อพิมพ์ชื่อ ตัวละคร หรือดีไซน์เฉพาะกลุ่ม (เช่น แฟนคลับวงไอดอล เกมเมอร์ ฯลฯ) กำลังเป็นที่นิยม DTF ช่วยผลิตได้อย่างยืดหยุ่นและทันใจ เพราะเสื้อลักษณะนี้แต่ละรอบจะทำลายไม่เหมือนกัน ดังนั้น DTF ไม่ต้องมานั่งแกะลาย สามารถปรินท์ลงฟิล์มได้เลย

8. ลดของเสีย / ลดความเสี่ยง

เพราะสามารถตรวจสอบลายก่อนรีดได้จากฟิล์ม ถ้าพลาดก็รีบปรินท์ใหม่ ไม่ต้องทิ้งเสื้อทั้งตัวเหมือนระบบอื่น ทำให้ช่วยลดเสื้อที่เสียได้ในระดับหนึ่ง

9. เหมาะกับตลาด “Made-to-Order” ที่กำลังเติบโต

ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากต้องการสินค้าที่ผลิตเฉพาะตามออเดอร์ ไม่อยากซื้อของสำเร็จรูป DTF สามารถผลิตแบบ Made-to-Order ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องมีขั้นต่ำในการผลิตเหมือนการสกรีนระบบดั้งเดิม จึงตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น เสื้อสำหรับงานอีเวนต์ เสื้อแฟนคลับ เสื้อทีมกีฬา หรือแม้แต่ของขวัญเฉพาะบุคคล

10. มีคอมมูนิตี้และแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เทคโนโลยี DTF ได้รับความสนใจมากขึ้นทั่วโลก ทำให้มีคอร์สออนไลน์ วิดีโอสอนใน YouTube และกลุ่มเฟซบุ๊กให้คำปรึกษาแบบฟรีจำนวนมาก ผู้ประกอบการหน้าใหม่จึงไม่ต้องเริ่มต้นคนเดียว สามารถเรียนรู้และพัฒนารวมถึงสอบถามช่างสกรีนที่ทำมาก่อนหน้าได้ จะได้ข้อมูลที่ผ่านการทดลองและวิเคราะห์มาแล้ว

11.ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ง่าย

บางทีมีกระแสมาใหม่ ก็สามารถจัดไฟล์แล้วพิมพ์ได้ทันที ไม่ต้องรอทำบล็อก ไม่ต้องมานั่งแกะเฟล็กหากลวดลายนั้นละเอียดเกินไป

12. สนับสนุนแนวคิด “ลดขยะสิ่งทอ” (Sustainable Fashion)

เพราะผลิตตามจำนวนที่ต้องการจริง ไม่มีของเหลือ ไม่มีเสื้อสต๊อกที่ขายไม่ออก DTF ช่วยลดการทิ้งเสื้อผ้าแบบสิ้นเปลือง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เหมาะกับแบรนด์ที่เน้นความยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการหลายโครงการที่ต้องการเน้นให้ลดโลกร้อน ดังนั้นการพิมพ์ DTF จะช่วยลดโลกร้อนได้เพราะประหยัดพลังงาน

13. พัฒนาต่อได้ในอนาคต

ระบบ DTF ยังมีแนวโน้มพัฒนาไปอีก เช่น ณ ปัจจุบันจะต้องใช้ผงกาวในขั้นตอนการพิมพ์ แต่ในอนาคตอาจจะลดขั้นตอนนี้ได้ จะช่วยให้งานในระบบมีความคลีนมากขึ้น หรืออาจจะมีเทคโนโลยีมาลดขั้นตอนการทำงานได้ในอนาคต

ผู้ที่เริ่มต้นใช้ DTF วันนี้จึงมีโอกาสเติบโตไปพร้อมเทคโนโลยีในอนาคตซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการยุคใหม่

DTF ไม่ได้แค่เปลี่ยนรูปแบบการพิมพ์ แต่มันเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจการพิมพ์เสื้อผ้า ทั้งในแง่การผลิต การตลาด และการตอบโจทย์ลูกค้า ใครที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก DTF ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสสร้างธุรกิจที่ยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง และพร้อมโตได้แม้ในยุคเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว

การพิมพ์ DTF ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กำลังกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของธุรกิจเสื้อพิมพ์ในยุคดิจิทัล ด้วยความยืดหยุ่น คุณภาพสูง และตอบสนองเทรนด์เฉพาะตัวของผู้บริโภค ทำให้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ “นิยม” ในปัจจุบัน แต่ยังมีแนวโน้ม “เติบโต” ต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคง

ดังนั้นหากใครยังไม่เคยซื้อเสื้อผ้าที่พิมพ์จากระบบ DTF ก็อยากให้ลองดูเพราะจะเห็นความต่างของงานกับระบบปกติ เพราะระบบนี้ภาพงานละเอียดได้เท่าไฟล์ต้นฉบับเลย

Scroll to Top