การสกรีนด้วยระบบ DTF (Direct To Film) กลายเป็นเทคโนโลยีที่ร้านเสื้อ ร้านพิมพ์ และผู้เริ่มต้นทำเสื้อสั่งทำ นิยมใช้มากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะตัวระบบค่อนข้างยืดหยุ่น พิมพ์ได้ละเอียด รับงานได้หลากหลาย และต้นทุนต่อชิ้นค่อนข้างคุมง่าย ถึงแม้จะใช้งานง่ายกว่า DTG หรือซิลค์สกรีน แต่ในเชิงเทคนิคก็ยังมีรายละเอียดหลายอย่างที่ผู้เริ่มต้นมักเข้าใจผิดหรือยังทำได้ไม่ถูกต้อง บทความชุดถาม–ตอบนี้จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมแบบสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้น

1) DTF คืออะไร? แตกต่างจากการสกรีนแบบอื่นอย่างไร
คำตอบ:
DTF ย่อมาจาก Direct To Film คือการพิมพ์ลายลงบนฟิล์ม PET ด้วยหมึกน้ำ พิมพ์เสร็จแล้วโรยผงกาว (Hot Melt Powder) แล้วนำไปอบให้ผงกาวละลายเคลือบลายไว้ ก่อนจะนำไปรีดด้วยความร้อนบนเสื้อผ้าอีกที
แตกต่างจากระบบอื่นตรงไหน
ต่างจาก DTG ตรงที่ไม่ต้องพิมพ์ลงเสื้อโดยตรง จึงไม่ต้องเตรียมเสื้อด้วยน้ำยา Pretreat
ต่างจาก Silkscreen ตรงที่ไม่ต้องทำบล็อกสกรีน ใช้ได้กับงานจำนวนน้อยหรือหลายสีได้ดี
ต่างจาก Heat Transfer ทั่วไป ตรงที่ DTF นิ่มกว่า ยืดหยุ่นกว่า และทนการซักกว่ามาก
จุดเด่นคือให้ความละเอียดสูง สีสด ใช้กับผ้าสีเข้มได้ง่าย และต้นทุนไม่พุ่งเวลามีหลายสีในลายเดียว
2) DTF เหมาะกับใครบ้าง
คำตอบ:
เหมาะมากกับร้านเสื้อสกรีนที่รับงานย่อยหรือจำนวนไม่เยอะ ผู้เริ่มต้นที่ไม่มีประสบการณ์ระบบพิมพ์มาก่อน ร้านถ่ายรูป ร้านป้าย ร้านของชำร่วยที่อยากเพิ่มบริการ แบรนด์เสื้อที่สั่งผลิตหลากหลายลายโดยไม่ต้องทำสต็อก โรงเรียน ร้านกิจกรรม ที่ต้องการทำเสื้อจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง
ระบบนี้ถูกเลือกเพราะความยืดหยุ่นสูง เช่น ลูกค้าสั่ง 1 ตัวก็ทำได้ รวมถึงงานหลายสี งานไล่เฉด งานพื้นทึบ ก็ไม่เสียเวลา
3) อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับการเริ่มทำ DTF มีอะไรบ้าง

คำตอบ:
ชุดพื้นฐานที่ต้องมีมีดังนี้
เครื่องพิมพ์ DTF Printer แบบ Eco-Solvent ดัดแปลง หรือแบบโรงงานแท้
หมึก DTF (CMYK + White)
ฟิล์ม PET สำหรับ DTF มีแบบด้านและแบบลอกเย็น/ลอกร้อน
ผงกาว Hot Melt Powder
ตู้อบ (Oven) หรือเครื่องอบแบบ Shaker
Heat Press Machine (เครื่องรีดร้อน)
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้งานเสถียรมากขึ้น เช่น เครื่องดูดความชื้น ถุงซีลป้องกันฟิล์มชื้น โปรแกรม RIP (เช่น MainTop, PrintFactory, DTF RIP) โต๊ะสำหรับตัดฟิล์ม ถุงซิบหรือซองเก็บงานหลังรีด
4) ฟิล์ม DTF มีแบบไหนบ้าง เลือกใช้ยังไงให้เหมาะ
คำตอบ:
ฟิล์ม DTF แบ่งใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท
ฟิล์มลอกเย็น (Cold Peel) ต้องปล่อยให้เย็นก่อนลอก เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นผิวเรียบ เนียน สีคม ใช้งานง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่
ฟิล์มลอกร้อน (Hot Peel / Warm Peel) สามารถลอกได้ทันทีหลังรีด เร็วกว่า เหมาะกับงานเร่งด่วน แต่ต้องคุมอุณหภูมิและแรงกดค่อนข้างแม่น
ฟิล์มด้าน (Matte / Anti-scratch) ให้ผิวสัมผัสแบบด้าน ลดแสงสะท้อน ลอกง่าย เหมาะกับภาพถ่ายและงานละเอียด
การเลือกใช้ขึ้นกับรูปแบบลูกค้า เช่น งานแบรนด์มักชอบ Matte เพราะดูพรีเมียมกว่า ส่วนงานกิจกรรมทั่วไปใช้ Cold Peel ก็ได้คุณภาพดีและควบคุมง่าย
5) ผงกาว DTF มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
คำตอบ:
ผงกาว (Hot Melt Powder) ส่วนใหญ่แบ่งตามขนาดเม็ด (Micron)
70–100 ไมครอน (ขนาดกลาง) – ใช้กันมากที่สุด
125 ไมครอน (เม็ดใหญ่) – สำหรับงานที่ต้องการความยืดสูง
ผงกาวเกรด Premium – ละลายนิ่มกว่า สีเด้งกว่า
คุณภาพผงกาวมีผลโดยตรงกับ ความนิ่มของงาน อายุการใช้งาน การทนซัก สีความสดและความเนียนของลาย ผงกาวราคาถูกมักทำให้งานแข็งกว่า และเสี่ยงเป็นขุยหลังซักหลายครั้ง

6) อุณหภูมิรีด DTF ควรใช้กี่องศา
คำตอบ:
มาตรฐานทั่วไปอยู่ที่ 150–160°C เวลา 10–15 วินาที แรงกดปานกลาง แต่ตัวเลขจริงต้องขึ้นกับวัสดุเสื้อและคุณภาพผงกาว โรงงานส่วนใหญ่ใช้ช่วง 155–165°C เพื่อให้ผงกาวละลายเต็มที่
ถ้ารีดเย็นเกินไปจะเกิดปัญหา ลายหลุด ไม่ติดมุม ฟิล์มลอกไม่คม ด้านหลังลายเป็นผง ๆ
ถ้าร้อนเกินไปจะเกิดปัญหา สีเปลี่ยน ดรอป ส่วนที่เป็นขาวขึ้นเหลือง ผิวลายด้านผิดปกติ
7) จำเป็นต้อง Pre-press เสื้อก่อนรีดไหม
คำตอบ:
ควรทำเสมอ เพราะ Pre-press 3–5 วินาทีจะช่วย ไล่ความชื้นในเสื้อ ทำให้พื้นเสื้อเรียบ เพิ่มความสามารถยึดเกาะของกาว เสื้อที่มีความชื้นสูงมักทำให้ลายติดไม่ดี และทำให้เกิดฟองอากาศหรือจุดไม่ติด
8) เสื้อยืดแบบไหนใช้กับ DTF ได้ดีที่สุด
คำตอบ:
DTF ใช้ได้กับเกือบทุกชนิด แต่ดีที่สุดคือ Cotton 100% Cotton Semi Cotton Comb Cotton USA ผ้า TC / CVC
ส่วนผ้าโพลีอาจทำงานได้ แต่ต้องระวังเรื่อง Ghosting (ลายเยิ้ม) เพราะความร้อนทำให้สีเดิมของผ้าละลายขึ้นมา
9) ทำไมสีขาวเป็นหัวใจของงาน DTF
คำตอบ:
เพราะการพิมพ์ DTF ต้องพิมพ์ White Ink เป็นชั้นรองพื้นก่อนถมสี CMYK สีขาวคุณภาพดีจะทำให้ ลายไม่โปร่ง สีไม่เพี้ยน รายละเอียดคมกว่า
การตั้งค่า Layer ของขาวในโปรแกรม RIP จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของผู้ทำ DTF
10) โปรแกรม RIP จำเป็นไหม
คำตอบ:
จำเป็นอย่างมาก เพราะ RIP จะทำหน้าที่ สร้างชั้น White Layer ให้พอดีกับสี จัดการความเข้มของหมึก คุมจำนวนหมึกต่อพื้นที่ ป้องกันไม่ให้หัวพิมพ์ตันเร็ว ทำให้สีพิมพ์ตรงตามหน้าจอที่สุด ถ้าไม่ใช้ RIP งานอาจออกมาสีเพี้ยนหรือพิมพ์ไม่เป็นชั้นตามต้องการ
11) ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับมือใหม่ DTF คืออะไร
คำตอบ:
รวมปัญหายอดฮิตที่พบมากที่สุด
ขอบลายไม่คม → ตั้ง White Layer ไม่ตรง / ผงกาวหนาเกิน
ลายหลุดหลังซัก 1–2 ครั้ง → รีดความร้อนไม่ถึง หรือเสื้อชื้น
ลายเป็นตุ่มเม็ด ๆ → ผงกาวเม็ดใหญ่ / อบไม่สม่ำเสมอ
หัวพิมพ์ตัน → ไม่ล้างหัว พิมพ์ไม่สม่ำเสมอในแต่ละวัน
สีตกตามขอบลาย → ความชื้นฟิล์มสูง
เสื้อไหม้หรือเป็นรอยเงา → ใช้อุณหภูมิสูงเกินเวลานานเกิน
สีไม่สด → ปริมาณหมึกน้อยเกินไปหรือใช้ฟิล์มไม่ดี
ผู้เริ่มต้นควรทำ Check-list ทีละขั้นเพื่อลดปัญหา
จะเห็นได้ว่าปัญหาที่มือใหม่มักเจอนั้นมีหลายสาเหตุ แต่ละอย่างก็ทำให้งานออกมาคุณภาพดรอปลง ดังนั้นจึงต้องลองเทสหาสาเหตุแล้วค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละจุดเพื่อให้ได้งานสกรีนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
