ในโลกของการทำธุรกิจเสื้อยืดสกรีนปัจจุบัน DTF (Digital Transfer Film) หรือที่บางคนเรียกว่า DFT (Direct to Film) ได้กลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ช่วยให้การสกรีนเสื้อทำได้รวดเร็ว สีสันสดใส และรองรับจำนวนน้อยได้โดยไม่ต้องทำบล็อก แต่ภายใต้ความสะดวกสบายนั้น เจ้าของร้านสกรีนหลายท่านกลับต้องเผชิญกับฝันร้ายอย่าง “งานเสีย” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหมึกออกไม่ครบ สีไม่ตรงปก กาวไม่ติด หรือรีดแล้วหลุดลอก

การปล่อยให้มีงานเสียในระบบบ่อยๆ ไม่ได้หมายถึงแค่การเสียค่าฟิล์มหรือค่าหมึกเท่านั้น แต่หมายถึง “ต้นทุนแฝง” อย่างค่าแรงพนักงาน ค่าไฟ และที่สำคัญที่สุดคือ “ความเชื่อมั่นของลูกค้า” บทความนี้จะพาทุกคนไปวิเคราะห์ทุกซอกทุกมุมว่าทำไมงาน DTF ถึงเสีย และเราจะป้องกันอย่างไรให้ยอดเสียเป็นศูนย์
1. ระบบหมึกและหัวพิมพ์: หัวใจที่ต้องดูแลของร้านสกรีนเสื้อ
ปัญหาอันดับหนึ่งของระบบ DTF คือการที่หมึกทำงานผิดปกติ เนื่องจากหมึก DTF มีส่วนผสมของกาวและสารสีที่เข้มข้นสูง โดยเฉพาะ “หมึกขาว” (White Ink)
ทำไมถึงเสีย?
การตกตะกอนของหมึกขาว: หมึกขาวมีส่วนประกอบของ Titanium Dioxide ซึ่งมีน้ำหนักมาก หากปล่อยทิ้งไว้เพียง 2-3 ชั่วโมง หมึกจะเริ่มตกตะกอน ทำให้เมื่อสั่งพิมพ์ งานจะออกมาเป็นสีใสๆ หรือขาวขุ่นไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้สี CMYK ที่พิมพ์ทับลงไปดูเพี้ยนหรือหม่นหมอง
อากาศเข้าสู่ระบบ (Air Bubbles): หากสายส่งหมึกมีอากาศเข้าไปปน จะทำให้หมึกขาดช่วงขณะพิมพ์ ผลคือภาพจะเกิดลายเส้น (Banding) หรือสีหายไปเป็นแถบๆ

วิธีป้องกันและแก้ไข:
ระบบกวนหมึกอัตโนมัติ: ควรเลือกใช้เครื่องพิมพ์ที่มีระบบกวนหมึกขาว (Circulation System) และระบบกรองหมึกเพื่อดักจับสิ่งสกปรกก่อนเข้าหัวพิมพ์
การวอร์มเครื่อง (Morning Routine): ทุกเช้าก่อนเริ่มงาน ต้องทำการเขย่าตลับหมึกหรือถังหมึกขาวด้วยมือเบาๆ จากนั้นสั่ง Head Cleaning 1-2 ครั้ง และ Test Print (Nozzle Check) เสมอ หากเส้นสีไม่ครบ ห้ามฝืนพิมพ์งานจริงเด็ดขาด
2. ศาสตร์แห่ง Color Profile: ทำไมสีในจอกับสีบนเสื้อถึงคุยกันคนละภาษา?
นี่คือ “จุดตาย” ของร้านสกรีนมือใหม่ หลายคนตกหลุมรักสีสันสดใสบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่พอรีดลงเสื้อจริง สีกลับดูมืดอมน้ำตาล หรือสีแดงกลายเป็นสีส้ม
สาเหตุของสีเพี้ยน:
ค่าสี RGB vs CMYK: หน้าจอแสดงผลด้วยแสง (RGB) แต่เครื่องพิมพ์ใช้หมึก (CMYK) ซึ่งมีขอบเขตสี (Gamut) แคบกว่า
การข้ามขั้นตอน Calibration: หากหน้าจอไม่เคยผ่านการ Calibrate ด้วยเครื่องมือวัดสี (Colorimeter) สิ่งที่คุณเห็นในจอก็คือ “เรื่องโกหก” ตั้งแต่แรก
วิธีป้องกัน:
การใช้ ICC Profile ที่ถูกต้อง: คุณต้องมี Profile สีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “หมึกยี่ห้อนั้น + ฟิล์มยี่ห้อนั้น + โปรแกรม RIP นั้น” โดยเฉพาะ
Monitor Calibration: ลงทุนกับเครื่องวัดสีหน้าจอ (เช่น Spyder หรือ X-Rite) เพื่อให้หน้าจอแสดงผลใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลที่สุด
Proof งานก่อนพิมพ์จริง: สำหรับออเดอร์ใหญ่ ควรพิมพ์แถบสีมาตรฐาน (Color Chart) ลงบนเศษฟิล์มและรีดลงบนเศษผ้าชนิดเดียวกับที่จะสกรีนจริงเพื่อเช็คสีก่อนเสมอ
3. ตัวแปรเรื่อง “กาว” (Hot Melt Powder) ที่หลายคนมองข้าม
กาวคือสะพานเชื่อมระหว่างหมึกกับผ้า หากสะพานนี้ไม่แข็งแรง งานสกรีนก็จะไม่สมบูรณ์
ปัญหาที่พบบ่อย:
กาวไม่ละลาย (Under-cured): หากอบฟิล์มด้วยความร้อนน้อยเกินไป กาวจะยังเป็นเม็ดๆ ไม่เปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเจล เมื่อนำไปรีด กาวจะไม่ซึมเข้าเส้นใยผ้า ทำให้ซักเพียง 1-2 ครั้งก็หลุดลอก
อบนานเกินไป (Over-cured): กาวที่โดนความร้อนนานเกินไปจะเริ่มกรอบและสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้งานสกรีนแตกลายงาเมื่อมีการดึงสวมใส่
กาวดูดความชื้น: หากเก็บกาวในที่ชื้น กาวจะจับตัวเป็นก้อนสม่ำเสมอ ทำให้เวลาโรยลงบนฟิล์ม กาวจะติดไม่ทั่วถึง
วิธีป้องกัน:
คุมอุณหภูมิและเวลา: โดยทั่วไปกาว DTF จะใช้ความร้อนในการอบที่ 125-140 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-3 นาที (ต้องหมั่นตรวจสอบเทอร์โมมิเตอร์ของเตาอบว่าตรงจริงหรือไม่)
การจัดเก็บ: เก็บกาวในภาชนะปิดมิดชิด ใส่ซองกันชื้น และไม่ควรวางบนพื้นปูนโดยตรง
4. ความชื้นและอุณหภูมิ: ศัตรูเงียบของร้านรับสกรีนเสื้อ
สภาพแวดล้อมในห้องทำงานมีผลต่อคุณภาพงาน DTF ถึง 30%
ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม:
ฟิล์มแฉะ (Oil Leaking): หากความชื้นสูงเกินไป หรือคุณภาพฟิล์มไม่ดี จะเกิดอาการเหมือนมีคราบน้ำมันซึมออกมาจากภาพ ทำให้หมึกไม่แห้งและกาวโรยไม่ติด
ไฟฟ้าสถิต: ในห้องที่แห้งเกินไป (เช่น ห้องแอร์จัดๆ) จะเกิดไฟฟ้าสถิตบนแผ่นฟิล์ม ทำให้ผงกาวไปเกาะในส่วนที่ไม่ใช่ลายสกรีน (Background Spot) งานที่ออกมาจะดูเลอะเทอะ

วิธีป้องกัน:
ติดตั้งเครื่องวัดความชื้น (Hygrometer): รักษาค่าความชื้นให้อยู่ในช่วง 45-60% และอุณหภูมิ 22-28 องศาเซลเซียส
การรีดไล่ความชื้นออกจากผ้า: ก่อนจะรีดลายสกรีนลงบนเสื้อ “ต้อง” กดเครื่องรีดร้อนลงบนเสื้อเปล่าประมาณ 3-5 วินาที เพื่อไล่ความชื้นออกจากเส้นใยผ้า มิเช่นนั้นกาวจะติดไม่แน่น
5. ขั้นตอนการรีดร้อน (Heat Press) และการลอกฟิล์ม
ต่อให้คุณพิมพ์งานออกมาสมบูรณ์แบบแค่ไหน แต่ถ้าขั้นตอนสุดท้ายพลาด ทุกอย่างคือศูนย์
ความผิดพลาดที่พบบ่อย:
แรงกดไม่พอ (Insufficient Pressure): เครื่องรีดร้อนแบบคันโยกธรรมดาบางรุ่นอาจให้แรงกดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ขอบภาพลอก
ลอกผิดเวลา: ฟิล์มบางชนิดเป็น Cold Peel (ต้องรอให้เย็นสนิทถึงลอก) บางชนิดเป็น Hot Peel (ลอกได้ทันที) หากลอกผิดจังหวะ สีจะหลุดติดมากับฟิล์ม
พื้นผิวเครื่องรีดไม่เรียบ: ยางรองรีดที่เสื่อมสภาพหรือบุ๋มลงไป ทำให้เกิดจุดที่ความร้อนเข้าไม่ถึง
วิธีป้องกัน:
ใช้เครื่องรีดระบบ Automatic หรือ Pneumatic: เพื่อคุมแรงกด (Pressure) ให้คงที่ทุกครั้ง
การรีดย้ำ (Post-Press): หลังจากลอกฟิล์มออกแล้ว ให้วางผ้าเทฟลอนหรือกระดาษไขทับบนลายสกรีน แล้วรีดย้ำอีกครั้งประมาณ 5-10 วินาที เพื่อให้ลายสกรีนเรียบเนียนไปกับเนื้อผ้าและเพิ่มความคงทนต่อการซัก
6. การออกแบบไฟล์งาน (Artwork Optimization)
บางครั้งงานเสียไม่ได้เกิดจากเครื่องเครื่องพิมพ์ แต่เกิดจากไฟล์งานตั้งแต่ต้น
ปัญหาจากไฟล์:

ไฟล์ความละเอียดต่ำ: เมื่อขยายใหญ่แล้วภาพแตกเป็นพิกเซล ทำให้ขอบงานสกรีนดูไม่คม
เส้นเล็กเกินไป: เส้นที่บางกว่า 0.5 mm อาจจะไม่มีเนื้อหมึกขาวเพียงพอให้กาวเกาะ ทำให้ส่วนนั้นหลุดหายไปหลังซัก
ขอบภาพฟุ้ง (Feathering): การทำเงาฟุ้งๆ (Drop Shadow) ในโปรแกรม Photoshop มักจะมีปัญหาในระบบ DTF เพราะเครื่องจะพ่นหมึกขาวบางเกินไปในส่วนที่ฟุ้ง จนกาวไม่ติด
วิธีป้องกัน:
ความละเอียด 300 DPI: คือมาตรฐานขั้นต่ำของงานสิ่งพิมพ์
สร้างขอบตัด (Stroke): สำหรับงานที่มีเส้นบางมากๆ ควรเพิ่มความหนาของเส้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีพื้นที่ให้กาวเกาะ
ตรวจสอบ Transparent Background: เช็คให้แน่ใจว่าพื้นหลังโปร่งใส 100% ไม่มีเศษพิกเซลหลงเหลือ เพราะเครื่องพิมพ์จะพ่นหมึกขาวใส่ทุกพิกเซลที่มันเห็น
บทสรุป: ความใส่ใจคือหัวใจของงาน DTF
การทำธุรกิจสกรีนเสื้อ DTF ให้ประสบความสำเร็จและมีกำไรยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่การหาเครื่องพิมพ์ที่ราคาถูกที่สุด แต่อยู่ที่ “การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัสดุสิ้นเปลืองเกรดพรีเมียม การตั้งค่า Color Profile ที่แม่นยำ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ
หากคุณสามารถลดโอกาสเกิดงานเสียได้เพียง 5-10% ต่อเดือน นั่นหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นและโอกาสในการรับลูกค้าประจำที่มากขึ้น เพราะในธุรกิจงานบริการ “ความสม่ำเสมอ” คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด
สั่งสกรีนเสื้อกับ Screen168 มั่นใจได้งานคุณภาพ 100%
หากคุณไม่อยากปวดหัวกับปัญหางานเสีย สีเพี้ยน หรือรีดแล้วลอก ให้เป็นหน้าที่ของเรา! ที่ Screen168 เรามีทีมงานมืออาชีพที่ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน:
สีตรงสเปก: ด้วยระบบ ICC Profile และหน้าจอ Calibrate มาตรฐานสูง
ความทนทานเป็นเลิศ: ใช้กาวและหมึกนำเข้าคุณภาพสูง ซักเครื่องได้ไม่หลุดลอก
ตรวจสอบทุกชิ้น: เรามีการ QC งานก่อนส่งถึงมือลูกค้าทุกออเดอร์
